เจ ลีกขอเจรจาส.บอลไทยรั้ง “ชนาธิป-ธีรศิลป์-ธีราทร”

เจ ลีกขอเจรจาส.บอลไทยรั้ง “ชนาธิป-ธีรศิลป์-ธีราทร”

 

สื่อแดนปลาดิบ เผย คอนซาโดเล่ ซัปโปโร, ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า และ วิสเซล โกเบ จะขอเจรจากับ ส.บอล ไทย ในการรั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีราทร บุญมาทัน ช่วยต้นสังกัดในเดือน พ.ย.นี้ เลี่ยงไปเผชิญอาการบาดเจ็บกับทีมชาติไทย ในรอบแรกของเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 เพราะช่วงท้ายของ เจ ลีก มีความสำคัญมากต่อเป้าหมายของ 3 สโมสร

หลังจากรอบแรกของทีมชาติไทย ในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. – 15 ธ.ค.นี้ อาจจะขอตัว 3 แข้งที่เล่นในเจ ลีก ของญี่ปุ่น ทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์ (คอนซาโดเล่ ซัปโปโร), ธีรศิลป์ แดงดา (ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า), ธีราทร บุญมาทัน (วิสเซล โกเบ)

เนื่องจากรอบแรกตั้งแต่วันที่ 8-20 พ.ย.นี้ อยู่ในช่วงฟีฟ่า เดย์ ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีสิทธิ์ที่จะดึงตัวทั้ง 3 คน กลับมาร่วมทีมได้ตามกฎ 10 วัน แต่ถ้าเข้าสู่รอบรองไปจนถึงชิงชนะเลิศ ต้องรอดูต้นสังกัดว่าจะส่งนักเตะมาได้หรือไม่ เพราะจากนั้นโปรแกรมฟุตบอลถ้วย อย่างรอบชิงชนะเลิศเอ็มเพอเรอร์ส คัพ ก็จะเตะกันจนถึงวันขึ้นปีใหม่ โดยทัวร์นาเมนต์นี้จะเอาแชมป์ไปเล่นใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2019 รอบแบ่งกลุ่ม อีกด้วย

ล่าสุดผู้สื่อข่าว นสพ.ฟุตบอลสยาม รายวัน ได้รับการเปิดเผยจากสื่อของประเทศญี่ปุ่น รายหนึ่งว่า เวลานี้ต้นสังกัด ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีราทร บุญมาทัน ทราบข่าวแล้วว่า พวกเขาอาจจะพลาดใช้นักเตะทั้งหมดในช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนพฤษภาคม นี้

อย่างไรก็ตาม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร, ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า และ วิสเซล โกเบ อาจจะขอเจรจากับทีมชาติไทย ผ่านทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อขอดึงตัวดาวเตะแกนหลักทั้ง 3 คนไว้ช่วยสโมสร เนื่องจากจะเป็นช่วงท้ายของ เจ ลีก ที่มีความเข้มข้นอย่างมากในเวลาดังกล่าว และถ้ามาเล่นใน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบแรก เกรงว่าจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บขึ้นมาได้

สำหรับทีมชาติไทย เป็นเจ้าของแชมป์ 5 สมัย จากเข้าชิงชนะเลิศทั้งหมด 8 ครั้ง คือ ปี 1996 (ชนะ มาเลเซีย 1-0 ที่สนามกีฬาแห่งชาติ, สิงคโปร์ เจ้าภาพ), ปี 2000 (ชนะ อินโดนีเซีย 4-1 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ไทยเป็นเจ้าภาพ)ปี 2002 (ชนะจุดโทษ อินโดนีเซีย สกอร์รวม 6-4 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 2-2 ที่สนามเสนายัน อินโดนีเซีย  สิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพ), ปี 2014 (ชนะ มาเลเซีย 4-3 สกอร์รวม 2 นัด สิงคโปร์ และ เวียดนาม เป็นเจ้าภาพ) และปี 2016 (ชนะ อินโดนีเซีย สกอร์รวม 2 นัด 3-2 เมียนมา และฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพ)

และย้อนกลับไปใน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ดาวเตะแกนหลักทั้ง 3 คน ยังประกาศศักดาในรายการดังกล่าว เริ่มจาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลเมกเกอร์ร่างเล็กของขุนพลจากฝั่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในปีนั้นเป็นหนที่ 2 ติดต่อกัน

ซึ่งดาวเตะที่มีส่วนสูงเพียงแค่ 158 เซนติเมตรรายนี้ กลายเป็นคนที่ 3 ของไทย ต่อจาก เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ปี 2000 และ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ปี 2002 ขณะเดียวกันกลายเป็นแข้งคนแรกในรอบ 20 ปีของโทรฟี่นี้ ที่กลายเป็น เอ็มวีพี ที่ได้ 2 สมัยติดต่อกัน

ส่วน ธีรศิลป์ แดงดา กลายเป็นแข้งประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยและรายการนี้ หลังจากคว้ารางวัลดาวซัลโว 3 ครั้งในรายการนี้ ต่อจากปี 2008 ยิงไป 4 ลูก เท่ากับ บูดี้ ซูดาร์โซโน่ ของอินโดนีเซีย กับ อาดู คัสเมียร์ จาก สิงคโปร์ และปี 2012 ที่ทำไป 5 ลูก

ขณะเดียวกันกองหน้าหมายเลข 10 รายนี้ ยังเป็นคนที่ 3 ต่อจาก เนติพงศ์ ศรีทองอินทร์ กับ วรวุธ ศรีมะฆะ ที่คว้าโทรฟี่นี้ไปครองในฐานะดาวซัลโว แถมยังกระทุ้งสกอร์รวมไปทั้งหมด 15 ลูกเท่ากับ “โค้ชโย่ง” กับ เล คองวินห์ อดีตหัวหอกของทีมชาติเวียดนาม อีกด้วย

ฟาก ธีราทร บุญมาทัน ได้แชมป์แรกของ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ร่วมกับอีก 8 เพื่อนร่วมทีมชาติไทย ในเวลานั้น ทั้ง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, ทริสตอง สมชาย โด, กรวิทย์ นามวิเศษ, ประทุม ชูทอง, รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก, ปกเกล้า อนันต์, สิโรจน์ ฉัตรทอง และ ธีรศิลป์ แดงดา

เขาเองได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก ในเรื่องของการเป็น “เจ้าพ่อแอสซิสต์” หลังจากส่งให้เพื่อนยิงไป 5 ลูก เหนือกว่า ริคกี้ โปรา ปีกของ อินโดนีเซีย ที่ทำไป 4 ประตู โดยสถิติของ “เจ้าอุ้ม”ในรายการนี้ ประกอบด้วย รอบแรก ชนะ สิงคโปร์ 1-0 (น.86 เปิดให้ ธีรศิลป์ แดงดา ยิงประตูชนะ สิงคโปร์ 1-0 เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2016), รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ชนะ เมียนมาร์ 2-0 (น.54 เปิดให้ ธีรศิลป์ แดงดา ยิงประตูตอกฝาโลง เมียนมาร์ 2-0 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2016 รอบรองชนะเลิศ นัดสอง ชนะ เมียนมาร์ 4-0 (น.32 เปิดให้ ศราวุฒิ มาสุข โหม่งประตูขึ้นนำ เมียนมาร์ 1-0 เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2016), รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก แพ้ อินโดนีเซีย 1-2 (น.33 เปิดให้ ธีรศิลป์ แดงดา โหม่งทำประตู นำ  อินโดนีเซีย 1-0 เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2016) และ ชนะ อินโดนีเซีย 2-0 (น.37 เปิดให้กองหลังอิเหนาเตะเปลี่ยนทางโดน สิโรจน์ ฉัตรทอง เข้าประตู 1-0 เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2016)