Slider

โชเซ่ มูรินโญ่ กับ ปอล ป็อกบา มีปากเสียงกันอย่างหนัก

มูรินโญ่-ป็อกบา

เดอะ ซัน สื่อของเกาะอังกฤษ ตีข่าว โชเซ่ มูรินโญ่ กับ ปอล ป็อกบา มีปากเสียงกันอย่างหนัก โดย มูรินโญ่ ไม่พอใจคำให้สัมภาษณ์ของดาวเตะชาวฝรั่งเศสจนเรียกมาตำหนิ ก่อนที่ ป็อกบา จะตอบโต้กลับไป
เป็นที่เชื่อกันว่าความสัมพันธ์ของ มูรินโญ่ กับ ป็อกบา อยู่ในขั้นเลวร้ายมาพักใหญ่แล้ว จนทำให้ดาวเตะชาวฝรั่งเศสตกเป็นข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายทีมตลอดช่วงที่ผ่านมา

กระทั่งล่าสุด เดอะ ซัน ก็แฉว่า มูรินโญ่ เรียกให้ ป็อกบา มาพบกับเขาแบบตัวต่อตัว เนื่องจากไม่พอใจในตัวอดีตแข้ง ยูเวนตุส มากๆ จากกรณีที่ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 เมื่อวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่าไม่สามารถพูดในบางประเด็นได้ เพราะจะโดนปรับเงิน

ทั้งนี้ เดอะ ซัน แฉว่า มูรินโญ่ พูดกับแข้งวัย 25 ปีว่า “ถ้าแกอยากย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ อีกครั้งแล้วล่ะก็ สิ่งเดียวที่แกต้องทำก็คือการขอย้ายทีมเอง” ซึ่ง ป็อกบา ก็ไม่ยอมก้มหัวให้กับอีกฝ่ายง่ายๆ จนสวนกลับไปว่าถ้าเกิดกุนซือชาวโปรตุกีสอยากคุยกับเขาแบบเป็นทางการอีกครั้ง มูรินโญ่ ก็ต้องคุยกับ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของเขาเท่านั้น แล้วค่อยให้ ไรโอล่า มาบอกเขาในภายหลังว่า มูรินโญ่ พูดเรื่องอะไรบ้าง

เปิดค่าเหนื่อยนักเตะแมนยูก่อนต่อสัญญาเดเคอา

เปิดค่าเหนื่อยนักเตะแมนยูก่อนต่อสัญญาเดเคอา

เปิดค่าเหนื่อยนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ทุกคน ใครได้น้อยสุดไปจนถึงมากสุด หลังเตรียมจับ ดาบิด เด เคอา ขยายสัญญา
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะจับ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูคนเก่งชาวสแปนิช ต่อสัญญาระยะยาว โดยจะได้ค่าเหนื่อยเพิ่มจากสัปดาห์ละ 180,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.1 ล้านบาท) เป็น 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 9 ล้านบาท) ส่งผลให้เป็นนายทวารที่ได้รับค่าจ้างสูงสุดในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทันที

อย่างไรก็ตาม หากต่อสัญญาเรียบร้อยแล้ว เด เคอา จะยังเป็นเพียงแค่อันดับ 3 ของนักเตะในทีม “ปีศาจแดง” เท่านั้นที่ได้ค่าเหนื่อยมากสุด โดยนักเตะทุกคนได้เท่าไหร่บ้างไปดูกันได้เลย (ไล่ตั้งแต่น้อยสุดไปจนถึงมากสุด ตามข้อมูลจาก ดิ เอ็กซ์เพรส สื่ออังกฤษ)

-ลี แกรนท์ 20,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ 45,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-ดีโอโก้ ดาโลต์ 50,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-ฟิล โจนส์ 50,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-เซร์คิโอ โรเมโร่ 50,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-มาร์คัส แรชฟอร์ด 50,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-มัตเตโอ ดาร์เมียน 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 65,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-ลุค ชอว์ 70,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-เอริก ไบยี่ 75,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-อันเดร เอร์เรร่า 75,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ 75,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-มาร์กอส โรโฮ 80,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-คริส สมอลลิ่ง 80,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-มารูยาน เฟลไลนี่ 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-เจสซี่ ลินการ์ด 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-อันโตนิโอ วาเลนเซีย 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-แอชลี่ย์ ยัง 110,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-เฟร็ด 120,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-ฆวน มาต้า 140,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-เนมานย่า มาติช 140,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-ดาบิด เด เคอา 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-โรเมลู ลูกากู 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-ปอล ป็อกบา 290,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
-อเล็กซิส ซานเชซ 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

ผลงานเกมแรกเอเมรี่คุมอาร์เซน่อล

เอเมรี่

นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะตลอด 22 ปีพวกเขาเป็นทีมที่สร้างขึ้นมาจากแนวคิดของ เวนเกอร์ พร้อมกับนักเตะที่เคยชินกับสไตล์การเล่นที่ กุนซือเลือดเฟร้นช์ ต้องการ ฉะนั้นเมื่อ เวนเกอร์ จากไปได้ส่งผลกระทบให้บุคคลสำคัญของทีมอย่างน้อย 10 คนที่โบกมือลาทีมด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ทำให้ เอเมรี่ จำเป็นต้องดึงทีมสตาฟฟ์หลายคนซึ่งเขาเคยร่วมงานด้วยในอดีต และเข้าใจปรัชญาลูกหนังของเขาเข้ามาทำงานด้วยกัน นอกจากนี้ทีมได้มีการเปลี่ยนแปลงขุมกำลังอย่างเช่นการลาทีมของ แจ็ค วิลเชียร์ และ ซานติ กาซอร์ล่า พร้อมทั้ง แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ที่ประกาศแขนสตั๊ดหลังจบซีซั่นนี้

ขณะที่แนวรับที่ดึงมาร่วมทีมอย่าง โซคราติส ปาปาสธาโธปูลอส กับ สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ เป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ รวมไปถึงการคว้าตัว แบร์นด์ เลโน่ ผู้รักษาประตฝีมือดี และ ลูคัส ตอร์เรย์ร่า มิดฟิลด์ตัวรับวัย 22 ปี แต่กระนั้นดูเหมือนว่าทีมชุดนี้ของ เอเมรี่ ยังไม่ค่อยน่าอภิรมย์มากนักในเกมแรกที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

1. มัตเตโอ เกนดูซี่ ต้องใช้เวลาในการเล่นตำแหน่งกองกลาง
สำหรับหนึ่งในประเด็นที่ อาร์เซน่อล โดนวิจารณ์อย่างหนักก็คือฟอร์มการเล่นของ มัตเตโอ เกนดูซี่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส โดยแข้งอนาคตไกลเลือดเฟร้นช์ ดูเหมือนจะมีอาการประหม่าในช่วงต้นเกม แต่เขาก็ค่อยๆ พัฒนาฟอร์มการเล่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่หวาดหวั่นในการที่จะครองบอล และมีสถิติสัมผัสบอลถึง 72 ครั้ง มากกว่านักเตะคนอื่นๆของ “เดอะ กันเนอร์ส” ด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าเขายังมีงานต้องทำต่อไป เพราะนักเตะยังขาดประสบการณ์ และในเกมที่แพ้ แมนฯ ซิตี้ เขายังคงต้องเรียนรู้ในการเล่นตำแหน่งกองกลาง อย่างไรก็ตาม เกนดูซี่ สามารถพัฒนาศักยภาพก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะชั้นยอดได้ ถ้า อาร์เซน่อล พร้อมให้เวลา และอดทนกับดาวเตะหัวฟู วัย 19 ปี ซึ่งเขาจะเป็นนักเตะกำลังสำคัญของทีมในอนาคตแน่นอน

2. ลูคัส ตอร์เรย์ร่า
บ่อยครั้งที่ อาร์เซน่อล โดนวิจารณ์อย่างหนักว่าพวกเขาไม่สามารถหานักเตะมาแทนที่ ปาทริค วิเอรี่ ได้เลย และทีมยังขาดนักเตะที่เตรียมพร้อมกับการเล่นหนัก และทำทุกวิถีทางในแผงกองกลางแม้จะต้องเล่นน่าเกลียดก็ตาม โดยพวกเขาเริ่มคาดหวังเมื่อเซ็นสัญญากับ กรานิต ชาก้า เมื่อ 2 ปีก่อน และสุดท้ายความหวังก็มลายหายสิ้นไปเรียบร้อย

ในเกมกับ แมนฯ ซิตี้ พวกเขายังขาดกองกลางที่คอยคุมเกม และมันช่างง่ายดายเหลือเกินสำหรับคู่แข่งของ อาร์เซน่อล ที่จะหาพื้นที่ว่างบริเวณแผงมิดฟิลด์

สำหรับ ตอร์เรยร่า ที่ย้ายจาก ซามพ์โดเรีย มาเล่นกับทีมด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ (ราว 1,170 ล้านบาท) ในช่วงซัมเมอร์นี้ เขาอาจะไม่ใช่นักเตะที่มีพรสวรรค์ในเรื่องเทคนิคเหมือนกับกองกลางของทีมคนอื่นๆ แต่อย่างน้อยเขาเป็นนักเตะที่ไม่เคยหวาดกลัวที่จะเข้าปะทะหนัก

ตอร์เรย์ร่า เป็นผู้เล่นที่ อาร์เซน่อล ต้องการอย่างมาก และยังมีความสามารถในการลงมาช่วยเล่นเกมรับให้กับทีมด้วย ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทัพ “ไอ้ปืนใหญ่”

3. การผ่านบอลจากแนวรับยังไม่มีประสิทธิภาพ
มีเรื่องให้พูดถึงเยอะมากเกี่ยวกับ “ปรัชญาฟุตบอล” ของ อูไน เอเมรี่ และเขาต้องการให้ลูกทีมเล่นแบบไหนกันแน่ เห็นได้ชัดว่ามีอยู่หลายนาทีที่ เอเมรี่ อยากให้ อาร์เซน่อล ผ่านบอลจากแนวรับ

ทุกๆ ครั้งที่พวกเขาได้ลูกตั้งเตะจากหน้าประตู เซนเตอร์แบ็กจะวิ่งฉีกออกมาเพื่อไปรับบอล อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นก็คือการทำแบบนี้มันไม่เกิดประสิทธิภาพ และพวกเขาก็มักจะเจอกับปัญหา ขณะที่ ปีเตอร์ เช็ก ซึ่งโชว์ซูเปอร์เซฟหลายครั้ง ดูเหมือนจะอึดอัดกับการผ่านบอลแบบนี้ จะว่าไปแล้ว เช็ก เป็นนายทวารยุคเก่า ซึ่งสมัยที่เล่นให้กับ เชลซี เขามักจะใช้วิธีการเตะยาวเพราะมีกองหน้าร่างยักษ์อย่าง ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา อยู่ในแนวรุก

ขณะที่นักเตะที่อยู่หน้า เช็ก อย่าง โซคราติส ปาปาสธาโธปูลอส กับ ชโคดราน มุสตาฟี่ ไม่ได้มีศักยภาพในการเล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กมากนัก ฉะนั้น เอเมรี่ คงต้องใช้เวลาในการดึงนักเตะที่เขาอยากให้เล่นในระบบของเขาเข้ามาร่วมทีม แต่ตอนนี้เขายังไม่มีนักเตะแบบนั้นอยู่ในทีม

4. ทีมชุดใหญ่ยังขาดความหลากหลาย
สิ่งหนึ่งที่ อาร์เซน่อล ไม่มีในแดนหน้าก็คือการเล่นที่หลากหลาย พวกเขามีนักเตะที่เต็มไปด้วยเทคนิคชั้นยอดหลายคน แต่ไม่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ที่สำคัญ “ไอ้ปืนใหญ่” ไม่มีนักเตะที่สร้างความแตกต่างอย่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่ขายไปให้กับเชลซีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันเมื่อต้องเล่นเกมรับ พวกเขาพยายามที่จะแพ็คกองกลางให้แน่น เพื่อจำกัดประสิทธิภาพของแผงมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาต้องเล่นเกมรุกทีมไม่สามารถปรับตัวได้ทัน นอกจากนี้การเล่นในระบบ 4-3-3 โดย เอเมรี่ จับ เฮนริค มคิตาร์ยาน กับ เมซุต โอซิล ไปเล่นทางปีก แต่ทั้งสองคนอยากที่จะหุบเข้ามาข้างใน และสร้างสรรค์เกมในแดนกลางมากกว่า

สิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนก็คือทีมชุดนี้ยังคงขาดผู้เล่นตำแหน่งปีกที่แท้จริง และนี่เป็นสิ่งที่ เอเมรี่ อาจจะต้องกระโดดลงไปในตลาดซื้อขายนักเตะรอบสอง เดือนมกราคมนี้

5. เอเมรี่ ต้องการเวลาในการสร้างทีมของเขา
มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในสโมสรนับตั้งแต่ที่ เอเมรี่ เข้ามารับงานช่วงต้นซัมเมอร์นี้ แต่ทีมและนักเตะส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับแท็คติกของ อาร์แซน เวนเกอร์ แน่นอนว่ามีนักเตะหลายคนที่รู้ว่าฟอร์มการเล่นของตัวเองดร็อปลงไปเยอะ ฉะนั้นนี่เป็นงานที่ เอเมรี่ ต้องพยายาม และเปลี่ยนแปลงทัศนคติรวมทั้งสภาพจิตใจของนักเตะเหล่านั้นให้ได้

เขายังคงต้องการดึงนักเตะที่เหมาะสมกับปรัชญาการเล่นของเขา แต่ด้วยงบประมาณในการซื้อนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้ ทำให้ทีมได้ผู้เล่นที่จำกัดฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาในการปรับตัว เอเมรี่ มีนักเตะระดับคุณภาพเอาไว้ใช้งานอยู่บ้างแล้ว แต่เขาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนักเตะเหล่านี้ให้เหมาะกับสไตล์ของเขา และนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

เหมือนกับที่เราได้เห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โบกมือลาทีม มันเป็นเรื่องยากลำบากมากๆ ในการดึงใครสักคนเข้ามาเพื่อสร้างทีมตามแนวคิดของพวกเขา เอเมรี่ จำเป็นต้องใช้เวลาเยอะมากเพื่อสร้างทีมในสไตล์ของตัวเอง ไม่ใช่แค่จบฤดูกาลนี้ แต่อาจจะต้องใช้เวลา 2 หรือ 3 ปีเลยทีเดียว

ลิเวอร์พูลเล่นดีเกินคาดหวังไว้

ข่าวฟุตบอล

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ยอมรับฟอร์มการเล่นลูกทีมของตนเล่นได้อย่างสุดยอดเกินกว่าที่คาดหวังเอาไว้ในแมตช์ไล่ถล่ม “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-0 ที่สนามแอนฟิลด์ เกมประเดิม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018-19 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา

ซาดิโอ มาเน่ ซัด 2 ประตู จากนั้นก็เป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ช่วยกันยิงคนละประตู ส่งผลให้ “เดอะ เร้ดส์” เก็บ 3 คะแนนสำคัญ โดย คล็อปป์ เปิดใจว่า “เราเล่นได้ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในวันนี้ และเรายังคงโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่องจากช่วงปรีซีซั่นไปจนถึงเกมพรีเมียร์ลีก”

“มันเป็นเรื่องดี ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ แต่มันดีกว่าที่ผมคาดหวังเอาไว้เพราะผมมองว่าช่วงปรีซีซั่นมีความคาดหวังเยอะมาก ฟอร์มการเล่นของนักเตะทุกคน และโดยเฉพาะแผงกองกลางทั้ง เจมส์ (มิลเนอร์) กับจอร์จินโญ่ (ไวจ์นัลดุม) โดดเด่นมากๆ นี่แค่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมเท่านั้น และจากนั้นจะมีเกมในช่วงกันยายนอีกหลายแมตช์ที่ต้องลงเล่น Slot Online

“อนาคตของฟุตบอลคงจะต้องใช้ระบบโรเตชั่น เราต้องพร้อม และเต็มไปด้วยคุณภาพ ผมบอกกับลูกทีมไปแล้วหนึ่งหรือสองคนที่อาจต้องผิดหวัง แต่นั่นคงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ถ้าพวกเขาทำได้ดีในช่วงเวลาของพวกเขา” อดีตนายใหญ่ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กล่าว

คูตินโญ่ลา 14 หันไปใช้หมายเลขตำนานบาร์ซ่า

Philippe-Coutinho

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติบราซิล ได้รับหมายเลขเสื้อใหม่สำหรับใช้สู้ศึกฤดูกาลหน้า โดยเป็นเบอร์ 7 ที่ถือเคยอยู่ในการครอบครองของอดีตแข้งดังหลายๆ รายของสโมสรมาแล้ว
คูตี้ ย้ายจาก ลิเวอร์พูล เข้ารัง คัมป์ นู ในช่วงครึ่งซีซั่นหลังของฤดูกาลที่แล้วด้วยค่าตัวกระฉูด 146 ล้านปอนด์ และใช้เบอร์ 14 อย่างไรก็ตาม ล่าสุดแชมป์ ลา ลีกา ได้ตัดสินใจมอบเบอร์ 7 ให้เขา

สำหรับนักเตะเบอร์ 7 ในถิ่น คัมป์ นู ก่อนหน้านี้ มีทั้ง ดาบิด บีย่า, เฮนริค ลาร์สสัน รวมถึง หลุยส์ ฟิโก้ อย่างไรก็ตาม คนล่าสุดที่ใช้เบอร์นี้คือ อาร์ดา ตูราน ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ จึงเป็นหน้าที่ของ คูตี้ ที่จะกอบกู้ชื่อเสียงขึ้นมาอีกครั้ง หลังสังหารไป 8 ประตูใน ลา ลีกา ให้กับทีม

มาดู6เหตุผลทำไมคนไทยดูบอลในสนามกันน้อยลง?

ทำไมคนไทยดูบอลในสนามกันน้อยลง

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ “บิ๊กอ๊อด” พลตำรวจเอก ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงกระแสที่แฟนบอลไทยหันหน้าเข้าสนามกันน้อยลง โดยยกให้เรื่อง “โซเชียล” ที่หาดูฟุตบอลไทยกันได้ง่ายดายในทุกวันนี้เป็น “ปัญหา” หลักที่กระทบชิ่งมาถึงฟุตบอลไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วันนี้ “ทีมงานขอบสนามบอลไทย” ขอวิเคราะห์แบบเหตุและผลว่าทำไมหรือเพราะอะไร ที่ทำให้แฟนบอลเข้าสนามน้อยลงไปในทุกๆ ปี ???
1. เศรษฐกิจไม่ดีเหมือนเดิม
ข้อนี้คือสัจจะธรรมของคนไทยทั่วทั้งประเทศในชั่วโมงนี้ที่ต้องประสบพบเจอกันพร้อมๆ กัน จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้คนรากหญ้าต้องเจอปัญหานี้เราไม่ต้องไปพูดถึงแต่คุณลุงน่าจะรู้ดี แต่ที่รู้แน่ๆ คือการจะไปดูบอลแต่ละเกมมันต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะ ดังนั้นหลายคนอาจจะเลือกไปดูแมตช์ใหญ่ๆ และขอบายเกมกลางๆ เล็กๆ เพื่อเซฟครอสตัวเองด้วย

2. ยุคนี้บอลไทยหาดูได้ทุกที่
อันนี้คือข้อที่ท่านนายกบอกว่ามันกระทบ ซึ่งมันก็เป็นความจริงครับ ในเมื่อมีบอลมาเสิร์ฟให้ดูถึงที่แล้วทำไมต้องไปดูถึงสนาม ที่สำคัญอยู่บ้านจะดูกี่คู่เท่าไหร่ก็ได้ตามใจฉัน มีภาพช้าให้ดูด้วย แถมดูเสร็จมีไฮไลท์ให้ดูต่ออีก ใครๆ ก็เลยเลือกดูอยู่บ้านดีกว่า

3. บอลไทยลีกกระแสกำลังตก
ข้อนี้มันมีผลพวงมาจากการก้าวกระโดดของฟุตบอลไทยที่เคยมาแบบตู้มเดียวแล้วกระโดดไปไกลเลย (ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา) ซึ่งช่วงแรกๆ คนก็ให้การตอบรับดี แต่พอนานๆ ไปจากคนที่ให้การสนับสนุนก็ค่อยๆ ถดถอยลงไปเอง ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ เหมือน “บอลทีมชาติไทย” ในยุคอาเซียนที่คนดูล้นสนาม เชียร์กันมันหยด แต่พอมาฟอร์มตกใน “ยุคเล่นบอลโลกรอบคัดเลือก” คนก็ค่อยๆ หายไป ทั้งที่เกมคุณภาพดีกว่า การเล่นกับคู่ต่อสู้ที่น่าดูกว่า แต่คนกลับหายไปเฉยๆ

4. ทีมฟอร์มตกแฟนก็หายไปเอง
ข้อนี้ก็จะสืบเนื่องมาจากข้อที่แล้วได้เช่นกันครับ เพราะบางทีกระแสบอลไทยลีกที่มันมาแรงๆ ก็สามารถดึงดูด “คนที่ไม่ได้สนใจ” แต่แรก ให้เข้ามาหรือให้เกิดอยากดูขึ้นมาได้ แต่พอผลงานทีมไม่ดีเหมือนเดิม หรือเล่นไม่มันส์ หรือไม่สนุกสนุกเหมือนเดิม คนกลุ่มนี้ก็มักจะหายเข้ากลีบเมฆไปด้วย

5. ตั๋วแพงไปหรือเปล่า ???
ข้อนี้เอาตรงๆ ทีมงานก็ไม่รู้ราคาบัตรทุกสนามว่าขายอยู่ที่เท่าไหร่ แต่จากการประมาณน่าจะอยู่ 80-200 บาท ซึ่งราคานั้นก็แล้วแต่สนามเป็นคนจัดการ ทางฝ่ายจัดไม่ได้เข้ามายุ่ง เพราะจุดนี้แต่ละทีมต้องวางการตลาดให้ดีๆ ว่าควรจะเน้นอะไรขายถูกคนเยอะ หรือคนแพงคนน้อยแต่กำไรเพิ่มขึ้น แต่ล่าสุดเท่าที่ได้ทราบมีหลายสนามในปีนี้ที่โดนแฟนๆ บ่นเรื่องราคาตั๋วนะแจ๊

6. การตัดสินของกรรมการก็มีผล
เรื่องของกรรมการตัดสินผิดพลาดมันมีผลขนาดนั้นเลยเหรอ ??? คำตอบคือมีแน่นอนครับ เพราะบางทีคนดูก็เบื่อกับการตัดสินที่ผิดพลาดแบบซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ซ้ำอีก ซ้ำแล้ว บางทีอยู่ในสนามไม่รู้หรอกครับว่าผืดพลาด แต่พอมาดูซ้ำหน้าทีวีนี่ชัดเลย ทำให้คนเบื่อๆ เรื่องพวกนี้เลยไม่ไปดูดีกว่า

เกปาเตรียมซบเซลซี

เกปา

มาร์ก้า สื่อดังสาย มาดริด รายงาน “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก พร้อมจ่ายค่าฉีกสัญญา เกปา นายทวารหนุ่มวัย 23 ของบิลเบา ในวันพุธที่ 8 ส.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันก่อนตลาดวายในอังกฤษ โดยค่าฉีกสัญญาของ เกปา กับบิลเบาอยู่ที่ 80 ล้านยูโร หรือ 3,200 ล้านบาท

เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูจอมหนึบของ แอธเลติก บิลเบา สโมสรดังแห่งศึก ลา ลีกา สเปน ถูกจับภาพขณะอยู่ที่สนามบินในกรุงมาดริด เพื่อเตรียมเดินทางไปยังกรุงลอนดอน ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าเจ้าตัวกำลังจะย้ายซบ เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,195 ล้านบาท)

ดูเหมือนว่า เชลซี กำลังถอดใจกับการรั้งตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ยอดมือกาวทีมชาติเบลเยียม ที่มีข่าวเกี่ยวโยงกับ เรอัล มาดริด ซึ่งตอนแรกมีรายงานว่า “สิงห์บลูส์” ได้เล็ง แจ็ค บัตแลนด์ นายทวารเลือดผู้ดีของ สโต๊ค ซิตี้ เป็นเป้าหมายแรก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มาร์ก้า สื่อกีฬาแดนกระทิงดุ ระบุว่า เชลซี ได้หันมาเอาจริงกับ เกปา และล่าสุดตอนนี้ มือกาวดีกรีทีมชาติสเปนวัย 23 ปี กำลังเดินทางมาร่วมงานกับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียน ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริจด์ แล้ว

ทั้งนี้ หากมีการปิดดีลกันเรียบร้อย จะทำให้ เกปา กลายเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวแพงสุดในโลก แซงหน้า อลีสซง นายประตูคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล ทันที

ลิเวอร์พูล ลุ้นแชมป์ลีกยังเป็นเรื่องยาก แม้เสริมทัพเพียบ

ลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล กล่าวว่าการจะลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ ลีก สำหรับทีมตนยังถือเป็นเรื่องยาก แม้ว่าจะซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพเพียบก็ตาม

ทีมหงส์แดงทำการเสริมแกร่งเป็นที่น่าประทับใจในช่วงซัมเมอร์ โดยคว้าตัว นาบี เกอิต้า, ฟาบินโญ่, เชอร์ดาน ชากิรี่ และ อลิสซอน ผู้รักษาประตูที่แพงเป็นสถิติโลกเข้ามาสู่ทีม แต่ คล็อปป์ ก็ยังมองว่าการลุ้นถึงแชมป์ลีกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“ลีกยังคงเป็นเรื่องยากอยู่ มันไม่ใช่แค่ว่าตัดสินจากสถานการณ์ของเราเองแล้วก็คิดในใจว่า ‘ว้าว มันยอดเยี่ยมมาก’ อะไรแบบนั้นหรอกนะ” กุนซือชาวเยอรมันกล่าว

“เราจำเป็นจะต้องพร้อมในทุกๆ สัปดาห์ ไม่ใช่แค่เพียงไม่กี่เกมเท่านั้น นั่นแหละคือความท้าทายสำหรับเรา”

สำหรับ ลิเวอร์พูล จะลงสนามนัดแรกใน พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลใหม่ โดยเจอกับ เวสต์ แฮม ในวันอาทิตย์นี้ เริ่มแข่ง 19.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย

มาดูเหตุผลที่แมนยูเมินเซ็นสัญญาวิดัล

อาร์ตูโร่ วิดัล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ อาร์ตูโร่ วิดัล กองกลางพันธุ์ฮาร์ดแมน ดูเหมือนมีโอกาสที่จะได้ร่วมงานกันในฤดูกาล 2018-19 แต่เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง เมื่อทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีจุดหมายปลายทางมาบรรจบในที่เดียวกัน ทำให้นักเตะตัดสินใจไปเป็นสมาชิกใหม่ บาร์เซโลน่า ยอดทีมลา ลีกา สเปน
มิดฟิลด์มากประสบการณ์ทีมชาติชิลี ตัดสินใจอำลา บาเยิร์น มิวนิค เพื่อไปเซ็นสัญญา 3 ปีพร้อมค่าตัว 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,215 ล้านบาท) โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว และเตรียมทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในถิ่นคัมป์ นู วันจันทร์นี้

จะว่าไปแล้ว วิดัล น่าจะได้ไปร่วมงานกับกุนซือโชเซ่ มูรินโญ่ มากกว่าในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะ “ปีศาจแดง” แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าต้องการนักเตะรายนี้มาสร้างความแข็งแกร่งในแผงมิดฟิลด์ แต่จนแล้วจนรอดเรื่องก็ไม่คืบหน้า สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็แห้ว วิดัล ไปอย่างน่าเสียดาย

จริงแล้วมันมีเบื้องลึกเบื้องหลัง เพราะไม่ใช่ว่า วิดัล เป็นฝ่ายปฏิเสธที่จะมาโชว์เพลงแข้งกับโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่จริงๆ แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างหากที่ไม่ต้องการนักเตะรายนี้….แน่นอนว่าต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะโบกมือลาการคว้าตัว วิดัล มาเสริมแกร่ง

เรื่องนี้ “เดอะ ซัน” สื่อชื่อดังในประเทศอังกฤษ ได้ออกมาตีแผ่ 3 เหตุผลที่ทีมของกุนซือโชเซ่ มูรินโญ่ เลือกที่จะปัดโอกาสทองคว้า อดีตสตาร์ “ม้าลาย” ยูเวนตุส มาร่วมทัพ และดูเหมือนว่าเหตุผลเหล่านี้มีความเป็นไปได้สูงที่เป็นเรื่องจริงซึ่งอาจจะทำให้ บาร์เซโลน่า ต้องเหงื่อแตกเมื่อนำนักเตะไปร่วมทัพ สมัครGoldenslot

เหตุผลแรก ก็คือเรื่องปัญหาหัวเข่าของวิดัล โดยนักเตะเคยเข้ารับการผ่าตัดบริเวณข้อต่อเข้าถึง 2 ครั้ง และด้วยเหตุนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด คงกังวลว่าเขาอาจจะไม่สามารถดึงศักยภาพการเล่นในสไตล์ที่ดุดันของเขาออกมาได้อย่างเต็มที และเล่นได้คงเส้นคงวา เนื่องจากหวาดหวั่นได้รับบาดเจ็บซ้ำ

สำหรับเหตุผลที่สอง ที่แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย เลือกที่จะมองข้าม วิดัล นั่นก็คือเหตุผลด้านอายุของนักเตะ ตอนนี้ ดาวเตะเลือดชิลี อายุอานามก็ปาเข้าไป 31 ปีแล้ว และกำลังเริ่มเข้าสู่ช่วงโรยราในอาชีพพ่อค้าแข้งของเขา ขณะเดียวกัน แมนฯ ยูฯ ดูเหมือนว่าอยากที่จะเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่ที่สามารถใช้งานได้ในระยะยาวมากกว่านี้

ตบท้ายด้วยเหตุผลที่สาม ที่ ยอดทีมแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ปฏิเสธโอกาสทองในการเซ็นสัญญากับ อดีตแข้ง “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ก็เพราะจำนวนเงินที่ บาเยิร์น มิวนิค แสดงความต้องการหาก “ผีแดง” อยากได้นักเตะรายนี้ไปใช้บริการ

มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ต้องการจำนวนตัวเองที่เขียนลงในเช็คเพื่อซื้อ วิดัล อยู่ที่ 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,215 ล้านบาท) แน่นอนว่าตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นข้อเสนอที่มากเกินไปสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สำหรับ บาร์เซโลน่า ต้องบอกว่ายินดีไม่มีปัญหาที่จะจ่ายให้ “เสือใต้” ด้วยเหตุนี้ทำให้ แข้งเลือดชิลี ได้เป็นสมาชิกใหม่ของ บาร์ซ่า ไปโดยปริยาย

นับวันยิ่งร้าวลึกมูรินโญ่แตกหักป็อกบา

นับวันยิ่งร้าวลึกมูรินโญ่แตกหักป็อกบา

สื่อชั้นนำแดนผู้ดีตีข่าวว่า “โชเซ มูรินโญ” เทรนเนอร์ตราฝอยทองของ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” เตรียมดร็อป “พอล ป็อกบา” อดีตมิดฟิลด์ลูกรักเลือดน้ำหอมเป็นสำรองเกมพบ “เชลซี”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 23 ก.พ. ว่า โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวเตรียมที่จะดร็อป พอล ป็อกบา อดีตมิดฟิลด์ลูกรักชาวฝรั่งเศส เป็นเพียงตัวสำรองอีกครั้งในเกมพบกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่พอใจ ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส เนื่องจากไม่ยอมหั่นช่วงเวลาพักร้อนตามคำขอ ตามรายงานจาก ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อกีฬาของอิตาลี เมื่อวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 25 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย โดยมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมชาติฝรั่งเศส คว้าแชมป์ได้สำเร็จ แต่ในระดับสโมสรแล้ว ป็อกบา ไม่อาจโชว์ฟอร์มได้อย่างคงเส้นคงวากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลที่ผ่านมา จนทำให้ถูก มูรินโญ่ วิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง

ล่าสุด มูรินโญ่ ได้ขอร้องให้บรรดานักเตะที่ไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 หั่นช่วงเวลาพักร้อนของตัวเอง โดยตามกำหนดผู้เล่นที่กรำศึกหนักจนถึงรอบรองชนะเลิศ จะได้สิทธิ์พักถึงวันที่ 6 ส.ค.นี้ ส่งผลให้ โรเมลู ลูกากู, ฟิล โจนส์ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้โชว์สปิริตทำตามรีบกลับมาซ้อมเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ป็อกบา เมินที่จะทำตามคำร้องขอจากกุนซือชาวโปรตุกีส โดยเลือกที่จะฉลองปาร์ตี้อยู่ที่ ลอสแองเจลีส ประเทศสหรัฐฯ ส่งผลให้ มูรินโญ่ รู้สึกหัวเสีย และดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะแย่ยิ่งไปอีก

ขณะเดียวกัน เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือ บาร์เซโลน่า ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงเรื่องที่ บาร์ซ่า มีข่าวพัวพันกับ ป็อกบา แถมยังมีข่าวว่า เจ้าตัวเลือกเบอร์ 8 ต่อจาก อันเดรส อิเนียสต้า ไว้แล้วด้วย ถ้าได้มาค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู “ป็อกบา เป็นนักเตะชั้นยอดที่เล่นอยู่กับทีมอื่น พวกเราเคารพนักเตะที่อยู่กับทีมอื่น และเคารพสโมสรต้นสังกัดของพวกเขาด้วย” บัลเบร์เด้ กล่าว