3 เหตุผลอาร์เซน่อลมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

อาร์เซน่อล มีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

ถึงจะยังไม่เปิดฤดูกาล แต่สื่อต่างๆก็คาดหมายแล้วว่า อาร์เซน่อล อาจจะเป็นหนึ่งทีมที่หลุดตำแหน่งท็อฟโฟร์ในท้ายฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตาม ทีมของอาร์แซน เวนเกอร์ ก็มีความเป็นไปได้ หรือเหตุผลที่พวกเขาสามารถจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้

1. การเสริมแนวรับใหม่
แนวรับของอาร์เซน่อล ภายใต้การกุมบังเหียนของ อาร์แวน เวนเกอร์ ค่อนข้างจะอ่อนยวบยับเยิน ทั้งๆ ที่พวกเขามีกองหลังระดับโลกอย่าง ชโคดราน มุสตาฟี่ และ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ แต่จนแล้วจนรอด “ไอ้ปืนใหญ่” ก็มักจะไม่มีปัญญาในการรักษาคลีนชีท และยังเจอกับปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บในช่วงเวลาสำคัญ ยิ่งทำให้ทีมต้องประสบปัญหาย่ำแย่เป็นทวีคูณ

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์ลีก และ ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 4 ยิงประตูได้มากกว่า อาร์เซน่อล แต่พวกเขาดันทะลึ่งจบในอันดับ 6 พร้อมกับเสียประตูเยอะกว่า “เรือใบสีฟ้า” กับ “หงส์แดง” อย่างไรก็ตามตอนนี้มีหลายๆ อย่างที่น่าจะดีขึ้นกว่าเดิมเมื่อทีมได้เซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส กับ สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ แบ็กขวา มาเสริมแกร่ง สำหรับผู้เล่นทั้งสองคนนี้ถือได้ว่ามีประสบการณ์สูง และจะนำความนิ่งมาให้กับแนวรับของ “เดอะ กันเนอร์” หลังจากที่พวกเขาขาดสิ่งนี้ไปนานหลายปี

นอกจากได้ โซคราติส กับ ลิชท์สไตเนอร์แล้ว การที่ทีมยังเก็บ เอคตอร์ เบเยริน กับ แบร์นด์ เลโน่ ทำหน้าที่เฝ้าเสา ยิ่งจะทำให้ อาร์เซน่อล เป็นทีมที่มีความพร้อมสำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ถ้าพวกเขามีกองหน้าที่ผลิตประตูได้เป็นกอบเป็นกำ เรื่องการลุ้นความสำเร็จก็ไม่น่าจะอยู่ไกลเกินเอื้อม

2. ปัญหากองกลางได้รับการแก้ไข
ตำแหน่งกองกลางขาดการแก้ไขมานาน และนั่นทำให้แบ็กโฟร์ของ อาร์เซน่อล ต้องเจอกับแรงกดดันอย่างหนักจากเกมบุกของคู่แข่ง โดยในตอนนั้น เวนเกอร์ ได้แก้ปัญหาด้วยการดึง กรานิต ชาก้า มิดฟิลด์พันธุ์โหด มาร่วมทีม แต่ ดาวเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ไม่ได้มีธรรมชาติในการเล่นกองกลางตัวรับ และไม่สามารถช่วยทีมได้อย่างที่ต้องการในตำแหน่งดังกล่าว

หากเป็นแบบนี้หมายความว่าคู่แข่งสามารถเจาะผ่านพื้นที่เกมรับของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย และ เดอะ กันเนอร์ส คงต้องเจอกับความยากลำบากในทุกครั้งที่พวกเขาโดนสถานการณ์แบบนี้ ด้วยเหตุนี้ อูไน เอเมรี่ จัดการแก้ปัญหานี้ด้วยการเซ็นสัญญากับ ลูคัส ตอร์เรยร่า มาร่วมทีม

สำหรับดาวเตะทีมชาติอุรุกวัย เป็นนักเตะตัวหลักของกุนซือออสการ์ ตาบาเรซ นายใหญ่ทัพ “จอมโหด” ในการใช้แผนระบบไดมอนด์ โดยเฉพาะแมตช์ที่จัดการคว่ำ โปรตุเกส 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย สำหรับงานหลักของเขาก็คือการคุมพื้นที่ด้านหน้าแนวรับ และคอยเชื่อมเกมระหว่างกองหลังกับนักเตะในตำแหน่งอื่นๆ

ตอร์เรยร่า ยังมีสไตล์การเล่นที่ดุดันซึ่งเหมาะกับ อาร์เซน่อล ในชุดปัจจุบัน รวมทั้งยังมีเทคนิคกับทักษะในการผ่านบอลที่ดีเยี่ยมด้วย นอกจากนี้ เอเมรี่ ยังได้เซ็นสัญญากับมิดฟิลด์ตัวรับดาวรุ่งอย่าง มัตเตโอ เกนดูซี่ ในฐานะกองหนุนชั้นดีซึ่งพร้อมที่จะเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ ในการลงเล่น 11 ตัวจริง เพราะเขาทำผลงานได้ดีเยี่ยมในช่วงปรีซีซั่น

3. ขุมกำลังที่พร้อมท้าทายแชมป์พรีเมียร์ลีก
ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา “เดอะ กันเนอร์ส” มีขุมกำลังที่ต้องเป็นตัวแทนให้กับประเทศเพื่อลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ระดับชาติจำนวนมาก อย่างไรก็ตามในปีนี้ นักเตะของอาร์เซน่อลมีจำนวนน้อยมากที่ติดธงไปร่วมโม่เกือกในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย

พวกเขามีแค่ อเล็กซ์ อิโวบี้, เมซุต โอซิล และ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ซึ่งลงเล่นเป็น 11 ตัวจริงให้กับบ้านเกิดของพวกเขา และก็เดินทางกลับถิ่นเกิดเร็วเกินกว่าที่ตั้งใจเนื่องจากประเทศของพวกเขาทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในมหกรรมลูกหนังแห่งมวลมนุษยชาติที่ดินแดนหมีขาว แต่นั่นก็เป็นข้อดีเพราะนักเตะเหล่านี้จะได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น และกลับมามีสภาพร่างกายที่สดพร้อมกรำศึกหนักในเกมลีก

มีเพียงแค่ ตอร์เรยร่า, ชาก้า และ ลิชท์สไตเนอร์ ที่ต้องอยู่ในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวนานกว่าคนอื่น แต่นั่นก็ไม่น่าจะมีปัญหาหากพิจารณาจากตัวเลือกแรกของ เอเมรี่ ที่จะใช้ในช่วงปรีซีซั่น

ขณะที่นักเตะจากสโมสรใหญ่ที่เป็นคู่แข่งลุ้นแชมป์ลีกต้องรับมือกับอาการเหนื่อยล้า และบาดเจ็บที่ได้มาจากเกมฟุตบอลโลก โดยเรื่องนี้ เอเมรี่ ไม่ต้องเจอกับความกังวลดังกล่าว โดยนายใหญ่คนใหม่ของอาร์เซน่อล มีเวลาเยอะมากในการเตรียมความพร้อมให้กับขุมกำลังช่วงซัมเมอร์นี้ ฉะนั้น “ไอ้ปืนใหญ่” อยู่ในสถานการณ์ที่ดีเยี่ยมสำหรับการเริ่มต้นอย่างแข็งแกร่งในซีซั่น 2018-19