Slider

เปิดความท้าทายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในปี 2018 ไปดูกันว่า 5 สถิติที่ดาวเตะโปรตุกีส มีโอกาสทำลายมีอะไรบ้าง

ปี 2017 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่น่าจดจำของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง เรอัล มาดริด หลังได้แชมป์กับต้นสังกัดหลายรายการ รวมถึงได้รางวัลอันทรงเกียรติหลายรางวัล อาทิ บัลลง ดอร์ สมัยที่ 5, นักเตะยอดเยี่ยมทวีปยุโรปของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า), นักเตะชายยอดเยี่ยมของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เป็นต้น

ขณะที่ในปี 2018 น่าจะเป็นอีกปีที่น่าสนใจของกัปตันทีมชาติโปรตุเกส และมีสถิติ 5 อย่างที่เขามีโอกาสทำลายในปีนี้

1. คว้าแชมป์ร่วมกับ เรอัล มาดริด แซง อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่
โรนัลโด้ ได้แชมป์กับ “ราชันชุดขาว” รวมแล้ว 15 รายการ ขณะที่ ดิ สเตฟาโน่ ทำไว้ 17 รายการ ดังนั้นถ้า มาดริด สามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ซูเปอร์ คัพ และ โกปา เดล เรย์ ในปีนี้ ก็จะทำให้ โรนัลโด้ แซงทันที

อย่างไรก็ตาม ยังอีกไกลที่ โรนัลโด้ จะได้แชมป์มากสุดกับ มาดริด เพราะคนที่ทำไว้มากสุดคือ ปาโก้ เจนโต้ ที่คว้าแชมป์ถึง 23 รายการเลยทีเดียว

2. คว้ารางวัล โกลเด้น ฟุต ครั้งแรก
มีไม่กี่รางวัลที่ โรนัลโด้ วัย 32 ปี ยังไม่เคยได้ในอาชีพค้าแข้ง และหนึ่งในนั้นคือ โกลเด้น ฟุต ที่จะมอบให้กับนักเตะที่มีอายุ 28 ปีขึ้นไป

โรนัลโด้ ได้รางวัลส่วนตัวมาแล้วกว่า 50 รางวัล และเคยมีชื่อเข้าชิง โกลเด้น ฟุต มาแล้ว 3 หนแต่ก็พลาดไปทั้งหมด

3. ยิงให้สโมสรทะลุ 300 ประตู Slot Online
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้า บาร์เซโลน่า เป็นนักเตะคนเดียวที่ยิงใน ลา ลีกา เกิน 300 ลูก หลังซัดไปแล้ว 364 ประตู จาก 399 เกม หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ย 0.91 ประตูต่อ 1 นัด

ขณะที่ โรนัลโด้ ทำไปแล้ว 289 ประตู จากการลงสนามแค่ 277 นัดเท่านั้น หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ย 1.04 ประตูต่อ 1 นัด ทำให้คาดว่า เขาจะยิงใน ลา ลีกา ถึงหลัก 300 ประตูภายในเดือนมีนาคมนี้

4. พาทีมชาติโปรตุเกส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018
ฟุตบอลโลก ที่รัสเซีย อาจเป็นการเล่นบอลโลกครั้งสุดท้ายของ โรนัลโด้ และเขาคงอยากคว้าแชมป์โลกมาครองให้ได้ก่อนปิดฉากชีวิตค้าแข้ง

หากได้แชมป์โลกมาครองคงทำให้ โรนัลโด้ ยิ่งใหญ่มากขึ้นไปอีก หลังเคยสร้างประวัติศาสตร์พา โปรตุเกส คว้าแชมป์ ยูโร 2016 มาแล้ว

5. บัลลง ดอร์ สมัยที่ 6
โรนัลโด้ ได้ บัลลง ดอร์ มาแล้ว 5 สมัย ในปี 2008, 2013, 2014, 2016 และ 2017 เท่ากับ ลิโอเนล เมสซี่

หาก โรนัลโด้ ได้ บัลลง ดอร์ ในปีนี้อีกก็จะเป็นสมัยที่ 6 และคงจะสามารถคุยข่ม เมสซี่ หลังทั้งคู่แย่งชิงกันเป็นนักเตะหมายเลข 1 ของโลกตลอดทศวรรษที่ผ่านมา