เจาะลึก ผู้ชนะ-ผู้แพ้ จากเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้

ศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้จบลงด้วยชัยชนะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างสุดระทึก ยัดเยียดความปราชัยให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สองเกมติดต่อกันรวมทุกรายการ ชะลอการคว้าแชมป์ออกไปอีก ซึ่งเป็นเกมที่มีหลายอย่างเกิดขึ้น เราจะพามาดูกันว่าเกมนี้ใครจะเป็นผู้แพ้ หรือ ผู้ชนะกันบ้าง

 

ผู้ชนะ : อเล็กซิส ซานเชซ

    กองหน้าชาวชิลีพยายามพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักนับตั้งแต่ย้ายมาจากอาร์เซน่อลในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แม้เกมนี้เขาจะยิงประตูไม่ได้ แต่เป็นอีกหนึ่งเกมที่เล่นได้โดดเด่นสุดๆ มีความทุ่มเทสูงมีส่วมร่วมทั้งเกมรุกและเกมรับ พร้อมมีส่วนร่วมกับทั้ง 3 ประตูที่ปีศาจแดงทำได้ในเกมนี้ และนี่อาจเป็นสันญาณที่ดีของทีมหากเขากลับมาโชว์ฟอร์มร้อนแรงได้อีกครั้ง

ผู้แพ้ : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า 

จากเกมนี้คนที่น่าจะโดนวิจารณ์มากที่สุด คงหนีไม่พ้น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แม้ในครึ่งแรกพวกเขาจะเป็นฝ่ายเล่นได้เหนือกว่ามากนำแมนยูถึง 2 ประตู พร้อมครองเกมไว้ได้ทั้งหมดทำให้ปีศาจแดงแทบไม่มีโอกาสจบสกอร์แม้แต่ครั้งเดียว

อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังฟอร์มพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือกลับมาแพ้อย่างเหลือเชื่อ แน่นอนว่าการแพ้เกมนี้น่าจะส่งจะผลกระทบต่อสภาพจิตใจ และความมั่นใจในการล้างตากับลิเวอร์พูลในศึกชปล.กลางสัปดาห์

ผู้ชนะ : ปอล ป็อกบาGoldenslot

เกมในครึ่งแรกดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสยังดูไม่เป็นผู้เป็นเช่นเดียวกับหลายๆเกมที่ผ่านมา จนถูกแกรี่ เนวิลล์ นักวิเคราะห์ฟุตบอลของ สกายสปอร์ต ออกมาวิจารณ์อย่างหนักในช่วงพักครึ่ง

อย่างไรก็ตามครึ่งหลังเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งทั้งการไล่บอล และการหาตำแหน่งในกรอบเขตโทษจนทำให้ยิงได้ 2 ประตูช่วยทีมพลิกนรกหลับมาแซงเรือใบสีฟ้าได้สำเร็จ

ผู้แพ้ : คริส สมอลลิ่ง

เหมือนภาตามหลอกหลอนสมอลลิ่ง อีกครั้ง เมื่อต้องตามประกบแว็งซองต์ ก็องปานี ในจังหวะลูกเซตพีซ

จากประตูแรกที่ยูไนเต็ดเสีย ในจังหวะลูกเตะมุม สมอลลิ่งพยายามฉุดกระชากกัปตันทีมเรือใบสีฟ้า แต่ไม่สามารถสู้ความแข็งแกร่งของเซ็นเตอร์พันธุ์แกร่งคนนี้ได้ จึงทำให้สมอลลิ่งต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ

ผู้ชนะ : คริส สมอลลิ่ง

บางทีฟุตบอลมันก็ตลกอย่างนี้ จากคนที่มีส่วนให้ทีมเสียประตู กลับกลายเป็นฮีโร่พาทีมชนะ ซะอย่างนั้น

สมอลลิ่ง ขึ้นมาเล่นลูกเซตพีซ โดยอเล็กซิส ซานเชซ เปิดบอลจากทางด้านซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษ และกองหลังหมายเลข12 ของยูไนเต็ด ก็ย่องเข้ามายิงด้วยขวาแบบไม่มีผู้เล่นสักคนของซิตี้ ตามประกบ ซึ่งลูกนี้ทำให้แฟนๆผีแดงได้เฮลั่นเมืองแมนเชสเตอร์

ผู้แพ้ : ราฮีม สเตอร์ลง

ตัวรุกทีมชาติอังกฤษเป็นหนึ่งในนักเตะของเรือใบสีฟ้าในเกมนี้ที่มีโอกาสทำประตูมากที่สุด หลังหลุดไปเผชิญหน้าแบบเดี่ยวๆกับ ดาวิด เด เคอา ถึง 3 ครั้ง

อย่างไรก็ตามเจ้าตัวกลับยิงนกตกปลาออกไปซะหมด ซึ่งอย่างน้อยหากยิงได้ 1 ประตู อาจทำให้ปิดเกมได้ตั้งแต่ครั้งแรก และอาจทำให้ผลการแข่งขันไม่ออกมาเป็นแบบนี้ ทำให้ถูกวิจารณ์อย่างหนักแม้จะมีส่วนร่วมกับเกมมากก็ตาม

ผู้ชนะ : ดาวิด เด เคอา

แมนยูจะพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะแมนซิตี้ไม่ได้เลย หากไร้นายด่านทีมชาติสเปนในเกมนี้ แม้ในครึ่งแรกจะเสียถึง 2 ประตู

อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลัง เจ้าตัวมีโอกาสโชว์ซูเปอร์เซฟได้อย่างมหัศจรรย์ปัดลูกโหม่งจ่อของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ออกไปหลังเหลือเวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น ซึ่งตอนนั้นทีมนำอยู่ 3-2 ก่อนจะเอาชนะด้วยสกอร์ดังกล่าว

ผูัแพ้ : มาร์ติน แอตกินสัน

ท่านเปาวัย 47 ปี เป่าผิดพลาดหลายจังหวะ ทั้งในครึ่งแรกจังหวะที่ แอชลีย์ ยัง ไปทำแฮนบอลแบบชัดเจนในกรอบเขตโทษ แต่เจ้าตัวกลับนิ่งเฉย

จังหวะต่อมาเกิดขึ้นในครึ่งหลัง เป็นจังหวะที่ ยัง คนเดิม ไปเสียบใส่ เซร์คิโอ อเกวโร่ อย่างหนักในกรอบเขตโทษ แม้จะโดนบอลก่อนแต่เป็นการเข้าแบบอันตรายสุ่มเสี่ยงจะทำให้ อเกวโร่ เจ็บหนักได้ แต่ผู้ตัดสินก็ยังไม่ว่าอะไร ซึ่งหลังจบเกม แกรี่ เนวิลล์ ยืนยันว่า “จังหวะนี้กรรมการต้องให้จุดโทษ และต้องควักใบแดงไล่ยังออกอีกด้วย”

ผู้ชนะ : ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลอาจหายใจได้ไม่ทั่วท้องเมื่อรู้ว่าครึ่งแรกแมนซิตี้ นำแมนยู 2-0 ทั้งที่ดร็อปผู้เล่นตัวหลักบางรายเอาไว้แม้หงส์แดงจะมีประตูตุนไว้ 3 ลูก ในเกมแรก ก่อนจะมีคิวบุกไปเยือน แมนซิตี้ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนสืลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง

อย่างไรก็ตาม หลังจากแมนซิตี้ โดนตีเสมอ 2-2 ทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จำเป็นต้องส่งผู้เล่นตัวหลักลงมาทั้งหมด โดยเฉพาะ อเกวโร่ ที่เพิ่งหายเจ็บยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้นักเตะเหล่านี้ไม่ได้พักอย่างเต็มที่เพื่อเก็บแรงไว้อัดกับลิเวอร์พูลแบบเต็มสูบ นี่จึงเป็นเรื่องที่หงส์แดงน่าจะได้เปรียบอยู่พอสมควร