Slider

ผลงานเกมแรกเอเมรี่คุมอาร์เซน่อล

เอเมรี่

นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะตลอด 22 ปีพวกเขาเป็นทีมที่สร้างขึ้นมาจากแนวคิดของ เวนเกอร์ พร้อมกับนักเตะที่เคยชินกับสไตล์การเล่นที่ กุนซือเลือดเฟร้นช์ ต้องการ ฉะนั้นเมื่อ เวนเกอร์ จากไปได้ส่งผลกระทบให้บุคคลสำคัญของทีมอย่างน้อย 10 คนที่โบกมือลาทีมด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ทำให้ เอเมรี่ จำเป็นต้องดึงทีมสตาฟฟ์หลายคนซึ่งเขาเคยร่วมงานด้วยในอดีต และเข้าใจปรัชญาลูกหนังของเขาเข้ามาทำงานด้วยกัน นอกจากนี้ทีมได้มีการเปลี่ยนแปลงขุมกำลังอย่างเช่นการลาทีมของ แจ็ค วิลเชียร์ และ ซานติ กาซอร์ล่า พร้อมทั้ง แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ที่ประกาศแขนสตั๊ดหลังจบซีซั่นนี้

ขณะที่แนวรับที่ดึงมาร่วมทีมอย่าง โซคราติส ปาปาสธาโธปูลอส กับ สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ เป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ รวมไปถึงการคว้าตัว แบร์นด์ เลโน่ ผู้รักษาประตฝีมือดี และ ลูคัส ตอร์เรย์ร่า มิดฟิลด์ตัวรับวัย 22 ปี แต่กระนั้นดูเหมือนว่าทีมชุดนี้ของ เอเมรี่ ยังไม่ค่อยน่าอภิรมย์มากนักในเกมแรกที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

1. มัตเตโอ เกนดูซี่ ต้องใช้เวลาในการเล่นตำแหน่งกองกลาง
สำหรับหนึ่งในประเด็นที่ อาร์เซน่อล โดนวิจารณ์อย่างหนักก็คือฟอร์มการเล่นของ มัตเตโอ เกนดูซี่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส โดยแข้งอนาคตไกลเลือดเฟร้นช์ ดูเหมือนจะมีอาการประหม่าในช่วงต้นเกม แต่เขาก็ค่อยๆ พัฒนาฟอร์มการเล่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่หวาดหวั่นในการที่จะครองบอล และมีสถิติสัมผัสบอลถึง 72 ครั้ง มากกว่านักเตะคนอื่นๆของ “เดอะ กันเนอร์ส” ด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าเขายังมีงานต้องทำต่อไป เพราะนักเตะยังขาดประสบการณ์ และในเกมที่แพ้ แมนฯ ซิตี้ เขายังคงต้องเรียนรู้ในการเล่นตำแหน่งกองกลาง อย่างไรก็ตาม เกนดูซี่ สามารถพัฒนาศักยภาพก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะชั้นยอดได้ ถ้า อาร์เซน่อล พร้อมให้เวลา และอดทนกับดาวเตะหัวฟู วัย 19 ปี ซึ่งเขาจะเป็นนักเตะกำลังสำคัญของทีมในอนาคตแน่นอน

2. ลูคัส ตอร์เรย์ร่า
บ่อยครั้งที่ อาร์เซน่อล โดนวิจารณ์อย่างหนักว่าพวกเขาไม่สามารถหานักเตะมาแทนที่ ปาทริค วิเอรี่ ได้เลย และทีมยังขาดนักเตะที่เตรียมพร้อมกับการเล่นหนัก และทำทุกวิถีทางในแผงกองกลางแม้จะต้องเล่นน่าเกลียดก็ตาม โดยพวกเขาเริ่มคาดหวังเมื่อเซ็นสัญญากับ กรานิต ชาก้า เมื่อ 2 ปีก่อน และสุดท้ายความหวังก็มลายหายสิ้นไปเรียบร้อย

ในเกมกับ แมนฯ ซิตี้ พวกเขายังขาดกองกลางที่คอยคุมเกม และมันช่างง่ายดายเหลือเกินสำหรับคู่แข่งของ อาร์เซน่อล ที่จะหาพื้นที่ว่างบริเวณแผงมิดฟิลด์

สำหรับ ตอร์เรยร่า ที่ย้ายจาก ซามพ์โดเรีย มาเล่นกับทีมด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ (ราว 1,170 ล้านบาท) ในช่วงซัมเมอร์นี้ เขาอาจะไม่ใช่นักเตะที่มีพรสวรรค์ในเรื่องเทคนิคเหมือนกับกองกลางของทีมคนอื่นๆ แต่อย่างน้อยเขาเป็นนักเตะที่ไม่เคยหวาดกลัวที่จะเข้าปะทะหนัก

ตอร์เรย์ร่า เป็นผู้เล่นที่ อาร์เซน่อล ต้องการอย่างมาก และยังมีความสามารถในการลงมาช่วยเล่นเกมรับให้กับทีมด้วย ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทัพ “ไอ้ปืนใหญ่”

3. การผ่านบอลจากแนวรับยังไม่มีประสิทธิภาพ
มีเรื่องให้พูดถึงเยอะมากเกี่ยวกับ “ปรัชญาฟุตบอล” ของ อูไน เอเมรี่ และเขาต้องการให้ลูกทีมเล่นแบบไหนกันแน่ เห็นได้ชัดว่ามีอยู่หลายนาทีที่ เอเมรี่ อยากให้ อาร์เซน่อล ผ่านบอลจากแนวรับ

ทุกๆ ครั้งที่พวกเขาได้ลูกตั้งเตะจากหน้าประตู เซนเตอร์แบ็กจะวิ่งฉีกออกมาเพื่อไปรับบอล อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นก็คือการทำแบบนี้มันไม่เกิดประสิทธิภาพ และพวกเขาก็มักจะเจอกับปัญหา ขณะที่ ปีเตอร์ เช็ก ซึ่งโชว์ซูเปอร์เซฟหลายครั้ง ดูเหมือนจะอึดอัดกับการผ่านบอลแบบนี้ จะว่าไปแล้ว เช็ก เป็นนายทวารยุคเก่า ซึ่งสมัยที่เล่นให้กับ เชลซี เขามักจะใช้วิธีการเตะยาวเพราะมีกองหน้าร่างยักษ์อย่าง ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา อยู่ในแนวรุก

ขณะที่นักเตะที่อยู่หน้า เช็ก อย่าง โซคราติส ปาปาสธาโธปูลอส กับ ชโคดราน มุสตาฟี่ ไม่ได้มีศักยภาพในการเล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กมากนัก ฉะนั้น เอเมรี่ คงต้องใช้เวลาในการดึงนักเตะที่เขาอยากให้เล่นในระบบของเขาเข้ามาร่วมทีม แต่ตอนนี้เขายังไม่มีนักเตะแบบนั้นอยู่ในทีม

4. ทีมชุดใหญ่ยังขาดความหลากหลาย
สิ่งหนึ่งที่ อาร์เซน่อล ไม่มีในแดนหน้าก็คือการเล่นที่หลากหลาย พวกเขามีนักเตะที่เต็มไปด้วยเทคนิคชั้นยอดหลายคน แต่ไม่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ที่สำคัญ “ไอ้ปืนใหญ่” ไม่มีนักเตะที่สร้างความแตกต่างอย่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่ขายไปให้กับเชลซีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันเมื่อต้องเล่นเกมรับ พวกเขาพยายามที่จะแพ็คกองกลางให้แน่น เพื่อจำกัดประสิทธิภาพของแผงมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาต้องเล่นเกมรุกทีมไม่สามารถปรับตัวได้ทัน นอกจากนี้การเล่นในระบบ 4-3-3 โดย เอเมรี่ จับ เฮนริค มคิตาร์ยาน กับ เมซุต โอซิล ไปเล่นทางปีก แต่ทั้งสองคนอยากที่จะหุบเข้ามาข้างใน และสร้างสรรค์เกมในแดนกลางมากกว่า

สิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนก็คือทีมชุดนี้ยังคงขาดผู้เล่นตำแหน่งปีกที่แท้จริง และนี่เป็นสิ่งที่ เอเมรี่ อาจจะต้องกระโดดลงไปในตลาดซื้อขายนักเตะรอบสอง เดือนมกราคมนี้

5. เอเมรี่ ต้องการเวลาในการสร้างทีมของเขา
มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในสโมสรนับตั้งแต่ที่ เอเมรี่ เข้ามารับงานช่วงต้นซัมเมอร์นี้ แต่ทีมและนักเตะส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับแท็คติกของ อาร์แซน เวนเกอร์ แน่นอนว่ามีนักเตะหลายคนที่รู้ว่าฟอร์มการเล่นของตัวเองดร็อปลงไปเยอะ ฉะนั้นนี่เป็นงานที่ เอเมรี่ ต้องพยายาม และเปลี่ยนแปลงทัศนคติรวมทั้งสภาพจิตใจของนักเตะเหล่านั้นให้ได้

เขายังคงต้องการดึงนักเตะที่เหมาะสมกับปรัชญาการเล่นของเขา แต่ด้วยงบประมาณในการซื้อนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้ ทำให้ทีมได้ผู้เล่นที่จำกัดฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาในการปรับตัว เอเมรี่ มีนักเตะระดับคุณภาพเอาไว้ใช้งานอยู่บ้างแล้ว แต่เขาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนักเตะเหล่านี้ให้เหมาะกับสไตล์ของเขา และนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

เหมือนกับที่เราได้เห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โบกมือลาทีม มันเป็นเรื่องยากลำบากมากๆ ในการดึงใครสักคนเข้ามาเพื่อสร้างทีมตามแนวคิดของพวกเขา เอเมรี่ จำเป็นต้องใช้เวลาเยอะมากเพื่อสร้างทีมในสไตล์ของตัวเอง ไม่ใช่แค่จบฤดูกาลนี้ แต่อาจจะต้องใช้เวลา 2 หรือ 3 ปีเลยทีเดียว